คู่แท้บทที่หนึ่ง
เมื่อวานมีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งของเพื่อนสนิท ทั้งฝ่ายชายและหญิงล้วนเคยเรียนร่วมห้องเดียวกัน ความรู้สึกแตกต่างจากคู่แต่งงานที่มาจากคนละถิ่น คนละที่อย่างบอกไม่ถูก ทั้งสองได้ครองรักร่วมกันมานาน กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้ นับได้เป็นสิบปีเต็มๆ หลายร้อน ฝน หนาว เชื่อว่าเขาและเธอคงรู้ทิศ รู้ทางที่จะผ่านมันไปได้ทั้งนั้น ฟังจากถ้อยคำของฝ่ายเจ้าบ่าวกล่าวบอกความรู้สึกเมื่อพิธีกรถามบนเวที ให้แสดงวาจาสัตย์ต่อเจ้าสาว โดยมีแขกเหรื่อร่วมร้อยโต๊ะในหอประชุมใหญ่คอยเป็นสักขีพยาน เจ้าบ่าวกล่าวว่า “คงไม่มีความพิเศษอื่นใดที่อยากจะขอให้เป็นดังใจปรารถนาได้ ด้วยกาลข้างหน้านั้นเราไม่รู้ว่ามันจะแปรปรวนอย่างไรบ้าง ดังนั้น ขอแค่วันนี้เรามีกันและกันด้วยความผาสุกก็เพียงพอแล้ว”
เพียงแค่วันนี้เรามีกัน เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ เราใครหลายคนคงรู้ดี สุขๆ ทุกข์ๆ สุกๆ ดิบๆ ไปตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น
เขาและเธอทั้งสองปลูกรัก ปรุงรัก เรียนรัก รู้รัก แบ่งรัก ปันรัก และใช้รักมาเป็นเวลานาน ด้วยความรู้สึกที่เหมือนกันก็คือ มีความสุขทั้งครั้งยามอยู่ใกล้ มีความไว้เนื้อเชื่อใจและซื่อสัตย์ยามระลึกถึง มีความผูกพันราวกับถูกชะตาตั้งแต่แรกที่รู้จัก จนกระทั่งบัดนี้ เวลาที่ผานมานับสิบปี นี่คือความธรรมดาของคู่รักที่ได้ครองรักกันมานานหละหรือ
เมื่อมาเทียบเคียงกับเราแล้วพาลให้นึกอิจฉาในความเป็นคู่ของเขาและเธอเป็นยิ่งนัก!
แต่อย่างไรก็ตาม เราได้ร่วมแสดงความยินดีแก่เขาและเธอทั้งสองตามสมควร และขอให้ทั้งสองประคองความรักครองเรือนร่วมกันตราบนานเท่านาน
Comments
Leave a Reply
