8/09/2007 04:05:00 AM
Posted by Bill Weihl, Green Energy Czar
Reducing climate change by saving energy is an important effort we should all join, and that’s why we’re very glad to see the innovative thinking going into a variety of solutions. One idea, suggested by the site called “Blackle” (which is not related to Google, by the way, though the site does use our custom search engine), is to reduce energy used by monitors by providing search with a black background. We applaud the spirit of the idea, but our own analysis as well as that of others shows that making the Google homepage black will not reduce energy consumption. To the contrary, on flat-panel monitors (already estimated to be 75% of the market), displaying black may actually increase energy usage.
ในวันนี้ผู้ใช้ Google ในประเทศไทยจะเห็นว่าเรา “ปิดไฟ” ที่หน้าโฮมเพจ Google.co.th เพื่อสร้างการรับรู้ถึงโครงการร่วมประหยัดพลังงานทั่วโลกซึ่งมีชื่อว่า Earth Hour ครับเลยได้พบกับหน้าตาของกูเกิ้ลมีสีดำ
วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2008 นี้ Earth Hour ขอเชิญชวนทุกคนในโลกนี้ปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ 20.00– 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศของตน ในวันนี้ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น โคเปนเฮเกน ชิคาโก้ เมลเบิร์น ดูไบ และ เทลอาวิฟ จะจัดงานเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการประหยัดพลังงานของตน
(จากข้อความ)
ทำไม Google จึงไม่เปลี่ยนหน้าโฮมเพจเป็นสีดำตลอดไป
เรามุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบของภาวะโลกร้อนโดยกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลักฐานที่เรามีอยู่ปัจจุบัน
(http://googleblog.blogspot.com/2007/08/is-black-new-green.html)
แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำอย่างถาวรนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมหรือต่อผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม เราพยายามมองหาวิธีที่จะปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการวิจัยค้นพบสิ่งใหม่ ๆ เราก็อาจจะเปลี่ยนใจในเรื่องนี้
ว่ามาอย่างนั้นครับผม ตอนแรกที่เห็นผมก็แปลกใจเหมือนกัน นึกว่ากูเกิ้ลมีลูกเล่นอะไรใหม่ๆ ออกมา หรือไม่ก็โดนอะไรทำร้ายมาเสียอีกครับ
Associate-O-Matic 4.01 เป็น Application ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดทำเป็น Landing Page ของเว็บโฆษณาขายสินค้า Amazon กล่าวคือ การทำเว็บโฆษณาขายสินค้า Amazon เรามักจะรู้จักกันแต่ Astore เป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเว็บประเภท Astore เช่น http://astore.amazon.co.uk/hometv007-21
แต่ Associate-O-Matic 4.01 จะแตกต่างกันด้วยลูกเล่นที่มีรูปแบบที่สามารถปรับแต่งได้ให้มีความคล้ายคลึงกับเว็บไซต์นำเสนอขายสินค้ามากที่สุด และข้อมูลทั้งหมดก็จะดึงมาจาก Amazon ซึ่งระบุเป็นรหัสประจำตัวของสมาชิก และแน่นอนที่สุดการจัดการด้าน SEO ก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งกว่า Astore ครับ
ดังนั้นถ้าเราอยากมีเว็บไซต์โฆษณาขายสินค้าของ Amazon ที่หลากหลายและมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น Associate-O-Matic 4.01 ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ลองเข้าไปดูในเว็บนี้เลยครับ http://www.associate-o-matic.com
โลกในมุมมองของ Value Investor
โดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร 25 มี.ค.2551
ตัวเลขที่บ่งบอกถึงความ ถูก-แพง ของราคาหุ้นซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะบอกว่าหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นคุณค่าหรือไม่นั้น ที่สำคัญมีประมาณ 4 ตัวด้วยกัน ตัวแรกและโดดเด่นที่สุด แน่นอนก็คือ PER หรือค่า PE หรือราคาต่อกำไรต่อหุ้นที่เราพูดถึงกันตลอด นี่คือตัวที่ตรงและเข้าใจง่ายที่สุด มันบอกว่าราคาเป็นเท่าไร ต่ำหรือสูง เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรที่บริษัททำได้ ตัวต่อมาก็คือ ค่า PB หรือราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี ตัวนี้บอกว่าราคาเป็นเท่าไร ต่ำหรือสูง เมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์สุทธิของบริษัท นี่เป็นแนวที่มองถึงทรัพย์สินมากกว่าการทำกำไร ตัวที่สามก็คือ Dividend Yield หรือค่า ปันผลต่อราคาหุ้น ซึ่งมองว่าถ้าปันผลสูงเมื่อเทียบกับราคาหุ้นก็แปลว่าหุ้นถูก และตัวสุดท้ายก็คือ PSR หรือ Price Per Sale Ratio หรือราคาหุ้นต่อยอดขายต่อหุ้นของบริษัท นี่เป็นอัตราส่วนที่ Value Investor ในตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยใช้กัน บางคนก็ยังไม่รู้ว่านี่เป็นตัวเลขที่สำคัญ ว่าที่จริง อาจจะสำคัญกว่าค่า PE ด้วยซ้ำ
จากการศึกษาในตลาดหุ้นสหรัฐซึ่งมีการทำกันมากมาย ต่างกรรมต่างวาระ ทั้งในหุ้นตัวใหญ่และตัวเล็ก สิ่งที่พอจะพูดได้หยาบ ๆ ในความเห็นของผมก็คือ ตัวเลขที่บ่งบอกถึงความเป็น “Value” หรือหุ้นที่มีคุณค่าและทำให้คนที่ลงทุนได้กำไรสูงที่สุดนั้น ตัวที่มีประสิทธิภาพน้อยที่สุดก็คือ Dividend Yield หรือผลตอบแทนจากปันผล ตัวเลขตัวนี้ ถ้าเราจะใช้ในการเลือกลงทุนที่จะได้ผลดีก็คือ การลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงสูงเป็นหลัก การซื้อหุ้นทั่ว ๆ ไปโดยอาศัยจากการดูปันผลจ่ายนั้น ไม่ใคร่จะได้ผล ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทแต่ละแห่งมีนโยบายต่างกันในเรื่องการจ่ายปันผลตัวเลขที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันก็คือ ค่า PE กับค่า PB โดยที่ค่า PB อาจจะได้เปรียบกว่าเล็กน้อยในหุ้นบางกลุ่ม และนี่ก็เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐานของ Value Investor ที่นักวิชาการนำมาใช้ในการทดสอบดูว่าเป็นหุ้นที่สามารถเอาชนะตลาดได้จริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม Value Investor ในภาคปฏิบัติส่วนใหญ่ก็มักจะอิงกับค่า PE ในการเลือกลงทุนในหุ้นมากกว่าค่า PB มาก เหตุผลก็คงเป็นว่า การใช้ค่า PB นั้น นักลงทุนอาจจะต้อง “รอ ”ว่าเมื่อไรจะมีคนมาเห็นทรัพย์สมบัติที่อาจจะไม่สร้างรายได้ของบริษัท และมาซื้อหุ้นทำให้หุ้นวิ่งขึ้นไปได้ ในขณะที่การใช้ค่า PE นั้น ทุก ๆ ไตรมาศที่มีการประกาศงบกำไรขาดทุน ราคาหุ้นก็มีโอกาสวิ่งขึ้นไปได้ง่าย ๆตัวเลขที่ดูเหมือนว่าจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการที่จะทำกำไรจากการลงทุนก็คือ ค่า PSR นี่คือตัวเลขที่ไม่มีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวัน แต่การที่จะหาค่า PSR ก็ทำได้ไม่ยาก วิธีก็คือ เปิดดูยอดขายรวมของบริษัทในงบการเงินปีที่ผ่านมา หารตัวเลขยอดขายด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทก็จะได้ยอดขายต่อหุ้น เอาตัวเลขนี้ไปหารราคาหุ้นในปัจจุบันก็จะได้ค่า PSR จากการศึกษาข้อมูลในระยะเวลาประมาณ 50 ปีในตลาดหุ้นสหรัฐปรากฏว่า การลงทุนในหุ้นที่มีค่า PSR ต่ำที่สุดนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในหุ้น PE หรือ PB ต่ำที่สุด ปัญหาของ PSR ก็คือ มันเป็นตัวเลขที่เข้าใจยากและการหาข้อมูลก็ยุ่งยากกว่า รวมทั้งมันยังไม่มีตัวเลขตัวเดียวที่จะบอกได้อย่างคร่าว ๆ ว่ามันถูกหรือแพงที่ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรมเหมือนกับตัวเลข PE หรือ PB ในเรื่องของ PE เราอาจจะเปรียบเทียบกับ PE ของตลาดได้หรือบางคนอาจจะตั้งไว้เลยว่า ค่า PE ที่เกิน 10 เท่าแปลว่าหุ้นแพง หรือค่า PB ที่เกิน 2 เท่าเป็นหุ้นแพง แต่ในเรื่องของ PSR นั้น อุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น ชุปเปอร์มาร์เก็ต อาจจะมียอดขายมากแต่มีมาร์จินหรือกำไรต่อยอดขายต่ำ ดังนั้น ค่า PSR อาจจะต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ให้เช่าสำนักงานหรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ต่ำแต่มีมาร์จินสูง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นซุปเปอร์มาร์เก็ตดีกว่าหุ้นให้เช่าสำนักงาน
ข้อดีของ PSR ที่เหนือกว่าค่า PE ก็คือ มันเป็นตัวเลขที่มีความอ่อนไหวน้อย เนื่องจากยอดขายมักจะมีความมั่นคงและสม่ำเสมอกว่ากำไรมาก ดังนั้น ค่า PSR มักจะเปลี่ยนแปลงช้าถ้าราคาหุ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ในขณะที่ถ้าเราใช้ค่า PE พอปีต่อไป ตัวเลขกำไรของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้ค่า PE เปลี่ยนแปลงไปได้มากจนอาจจะไม่เหลือสภาพของหุ้น PE ต่ำทั้งที่ราคาหุ้นไม่เพิ่มขึ้นเลย
บางคนอาจจะบอกว่าค่า PSR นั้น ไม่ได้สะท้อนพื้นฐานที่สำคัญนั่นคือ กำไรของบริษัท เขาอาจจะบอกว่ายอดขายนั้นไม่มีประโยชน์ถ้าขายมากแต่ไม่มีกำไร ดังนั้น ค่า PSR ไม่น่าจะเป็นตัวที่ดูคุณค่าของบริษัทได้ ข้อนี้ผมกลับคิดว่า ค่า PSR อาจจะดีกว่าค่า PE ในแง่ที่ว่า มันน่าจะสะท้อนกำไรของบริษัทในระยะยาวได้ดีกว่า เหตุผลก็คือ กำไรที่จะยั่งยืนนั้นจะต้องมาจากยอดขาย ในหลาย ๆ บริษัทนั้น เขาถึงกับยอมกำไรน้อยหรือขาดทุนเพื่อเพิ่มยอดขายเพื่อยึดส่วนแบ่งทางการตลาด เพื่อที่ว่าในอนาคตเขาจะได้เปรียบคู่แข่งและทำกำไรมากขึ้นในภายหลัง ส่วนบริษัทที่กำไรดีในวันนี้แต่ยอดขายต่ำ เขาอาจจะประสบกับอุปสรรคหรือสภาวะทางการตลาดเปลี่ยนแปลงทำให้กำไรในปีต่อ ๆ ไปตกต่ำลง
ข้อดีข้อเสียของ PSR เทียบกับ PE หรือ PB ยังมีอีกหลายข้อ การถกเถียงคงไม่จบลงง่ายและคงไม่มีใครถูกหรือใครผิด ประเด็นก็คือ เรารู้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละตัวอยู่ที่ไหนและใช้มันประกอบกัน ส่วนตัวผมเองนั้น ทุกครั้งที่พิจารณาเลือกหุ้นลงทุน แน่นอน PE เป็นตัวเลขที่สำคัญมาก แต่ PSR ก็สำคัญพอ ๆ กัน แต่ผมจะใช้เป็นตัว “ตรวจสอบ” นั่นก็คือ เมื่อดูแล้วว่าหุ้นน่าสนใจดูจากค่า PE ก่อนจะตัดสินใจสุดท้าย ผมจะดูว่าค่า PSR เป็นเท่าไร ถ้าค่า PSR สูง เช่นเกิน 1 เท่า ผมก็จะต้องระวังหรือถ้า PSR สูงถึง 2 เท่า ผมอาจจะต้องถอยถ้ากิจการไม่โดดเด่นจริง ๆ เป็นต้น และก็เช่นเดียวกัน การใช้ตัวเลข “คุณค่า” เหล่านี้เป็นเรื่องของศิลปะอยู่ไม่น้อย ดังนั้น ความคิดและวิธีการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้ชนะก็คือคนที่สามารถใช้มันได้ดีกว่า
อ้างอิง : PSR
Submit กระจายเลยครับ สำหรับผู้ต้องการ Black Links ให้กับเว็บไซต์จำนวนมากๆ นอกจาก Black Links ที่จะส่งผลไปยังยอด Indexed บน Search Engine แล้ว เรายังจะได้รับค่า PR (PageRank) เพิ่มขึ้นอีกด้วย ถ้าหากลิงก์ที่ได้มาแลกเปลี่ยนกับเรามีค่า PR ที่สูงกว่า
ของฝากจาก www.ThailandSEO.net จำนวนกว่าพันรายการ ใครอยากจะบรรจุเข้าไว้ในโปรแกรม IBP ก็จะสะดวกโยธิน เพราะผมได้คัดลอกลงใน text file ไว้ให้ท่านได้ดาวน์โหลดครับ
ตามลิงก์นี้เลยครับ –> website submit
ตัวอย่างภาพ งานกล้วยไม้ มหิดล โดย คุณจรูญ กะการดี

XML ย่อมาจาก Extensive Markup Language เป็นตัวกลางที่ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้จะไม่ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มใด
XML เป็นส่วนเสริมของ HTML กล่าวคือตัว XML ไม่สามารถแสดงผลได้ในตัวของมันเอง หากต้องการแสดงผลที่ถูกต้อง จะต้องมีการใช้ร่วมกับภาษาอื่น เช่น HTML,JSP,PHP,ASP,VB,*.NET หรือภาษาอื่น ๆ ที่สนับสนุน
XML เป็น จะมีนามสกุลเป็น *.XML สามารถสร้างขึ้นจากโปรแกรมประเภท Text Editor ใดก็ได้ เช่น Notepad, Edit plus, DreamWeaver, MS Word เป็นต้น
XML อาศัยโปรโตคอลที่ชื่อว่า SOAP (Simple Object Access Protocal) ซึ่งเป็นข้อตกลงในการสื่อสารระหว่างกัน
Element กับ Tag
- คำว่าแท็ก (Tag) เป็นคำที่ใช้เรียก อิลิเมนต์(Element) กล่าวคือ Element จะอยู่ภายใต้ Tag ซึ่ง Tag ก็คือเครื่องหมาย <> เช่น Element BeginXML จะเขียน Tag ได้เป็น <BeginXML>ข้อมูล</BeginXML> หมายความว่า Tag เปิด <BeginXML> ถูกเรียกใช้จนพบ Tag ปิด </BeginXML> โดย Element สามาถตั้งชื่อใดก็ได้ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่อยู่ใน Tag ของเรา
กฏของ XML
- ต้องมี Root Tag คือ Tag ใหญ่สุดและใน 1 เอกสารต้องมีเพียง Tag เดียวเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น
<MyWebsite>
<main>หน้าแรก</main>
<member>สมาชิก</member>
<webboard>เว็บบอร์ด</webboard>
</MyWebsite>
- Tag ทุก Tag ต้องมี Tab เปิดและปิด
ตัวอย่างเช่น
<Programmer>….</Programmer>
และต้องเปิดและปิดตามลำดับชั้นเสมอ
- ตัวอักษร เป็น Case Sentisive ตัวอักษรเล็ก-ใหญ่ แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
<asp>…</Asp> ผิด
<asp>…</asp> ถูกต้อง
- การประกาศเอกสาร XML เพื่อระบุว่า เอกสารนั้เป็น XML
สิ่งที่ต้องมี
<?xml version=”1.0″?>
รูปแบบทั่วไป
<?xml version=”1.0″ encoding=”Encoding ของตัวอักษร” standalone=”yes|no“?>
สำหรับการแสดงผลภาษาไทยเราอาจจะเรียกในส่วน Encoding เป็น windows-874 หรือ tis-620 ก็ได้
ซึ่ง Attribute encoding กับ standalone เป็น Attribute ที่ไม่ได้บังคับ (คือจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าใส่ต้องเรียงลำดับตามนี้)
วิธีประหยัดน้ำมัน, อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน, ประหยัดน้ำมัน
ขออัพเดตเว็บบล็อกต่อเลยนะครับ เนื่องจากว่า เมื่อครู่ผมได้ทำการทดสอบปัจจัยในการ indexed บางอย่างของ Google.com นั่นคือ
ผมได้ทำการเขียนบล็อก Amazon.com ขึ้น ต่อจากนั้นผมก็เรียกใช้บริการ Ping จาก หัวข้อ Ping ของ http://www.thailandseo.net/direct-ping/ พบว่า indexed บน Google ในเร็วพลันครับ ไม่ถึงสิบนาที
(ตัวอย่างครับ http://www.google.co.th/search?q=classiclovesongs&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&hl=th)
ดังนั้น ในโอกาสนี้จึงจะถือเอาเว็บไซต์ที่ผมรับมาทำการโปรโมต ตามหลักการของ SEO ซึ่งเป็นเว็บที่เกี่ยวกับการขายสินค้าประเภทอุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน ของเว็บไซต์ http://www.z-power.biz/ ตามคำค้นหาคือ วิธีประหยัดน้ำมัน, อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน และประหยัดน้ำมัน
เริ่มแรกที่จะทำ SEO ก็ต้องสำรวจ ตรวจสอบเว็บไซต์ ตามรายการที่ผมเขียนไว้ใน thailandseo-standard-package กับ thailandseo-premium-package
คุณคิดว่าจะใช้เวลานานเท่าใด และมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ผลของการจัดทำ SEO แบบผมจะสามารถนำพาเว็บไซต์นี้ ขึ้นไปอยู่บนอันดับที่น่าพอใจในรายงานของ Search Engine และหากท่านใดยังมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อแนะนำในการจัดทำ SEO กรุณาทิ้งคำถามไว้ตรงด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ ไม่ก็อีเมล์หรือโทรศัพท์ถึงผมโดยตรงได้ครับ
Amazon.com เป็นเว็บไซต์ตัวกลางในการกระจายสินค้าที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ขณะเดียวกันผู้เป็นสมาชิกสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากค่าคอมมิสชั่นจากการแนะนำสินค้าและขายออนไลน์ (ถ้าหากจับทางถูก)
วิธีการนำสินค้าจาก Amazon ไปโปรโมตนั้นมีหลากหลายวิธี ทั้งที่อยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ที่ Amazon มีไว้บริการที่เรียกว่า Astore จะมีรูปแบบชื่อเรียกเว็บไซต์ ดังตัวอย่าง http://astore.amazon.co.uk/mini-camcorders-21 หรือ http://astore.amazon.co.uk/hometv007-21
บางครั้งอาจจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาลองรับสินค้าจาก Amazon เลยก็ได้ เช่น http://plumeriaflowers.info/ จากตัวอย่างเว็บไซต์นี้ เป็นการดึงข้อมูลมาจาก Amazon และจัดให้อยู่ในรูปของ iframe
อีกรูปแบบหนึ่งที่จะแนะนำคือ สามารถนำสินค้าจาก Amazon มาร่วมลงไว้ใน Plugin ของ CMS อย่าง Wordpress เช่น http://www.classiclovesongs.info/
ท่านผู้ใดสนใจหรือต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำสินค้าจาก Amazon สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่นี่ หรือถ้าหากต้องการข้อมูลเบื้องลึกยิ่งขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะข้อมูลภาคปฏิบัติการ สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์พันธมิตรของเราที่ www.thailanddb.com นะครับ
หลังจากฝ่าด่านอรหันต์มานานเกือบปี ล่าสุดกูเกิล (Google) สามารถบรรลุการซื้อบริษัทดับเบิลคลิก (DoubleClick) บริษัทเก็บสถิติการสืบค้นโฆษณาออนไลน์ด้วยมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เมื่อนานาคำร้องขอความเป็นธรรมว่าการซื้อดับเบิลคลิกอาจเอื้อประโยชน์ต่อกูเกิลจนนำไปสู่การผูกขาดทางการค้าไม่สามารถขวางทางดีลนี้ได้ การได้ดับเบิลคลิกไปครองของกูเกิลจึงถูกมองว่าเป็นความกดดันใหญ่หลวงของเพื่อนร่วมตลาดโฆษณาออนไลน์อย่างไมโครซอฟท์และยาฮู
ขณะนี้กูเกิลได้สิทธิเต็มที่ในการควบคุมบริษัทดับเบิลคลิกแล้วหลังจากประกาศซื้อครั้งแรกเมื่อ 11 เดือนก่อน โดยกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ยกเลิกคำสั่งระงับการซื้อขายบริษัทแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยอิริก ชมิดท์ (Eric Schmidt) ประธานกูเกิลเคยกล่าวถึงดีลมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญว่า เป็นการทุ่มเงินซื้อบริษัทครั้งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์กูเกิลอายุ 9 ปีครึ่ง
ชมิดท์ระบุว่า ยังไม่สามารถให้รายละเอียดการปรับโครงสร้างบริษัทหลังการซื้อดับเบิลคลิกเสร็จสิ้นในขณะนี้ โดยพนักงานบางส่วนของดับเบิลคลิกที่มีสาขาอยู่ทั้งในสหรัฐฯ ฝรั่งเศส เยอรมัน ไอร์แลนด์ สเปน และออสเตรเลียกว่า 1,500 คนอาจได้รับผลกระทบ สำหรับกูเกิลนั้นมีพนักงาน 17,000 คนในขณะนี้ เพิ่มขึ้นจาก 1,600 คนในช่วง 4 ปีก่อน
พ้นทุกข้อหา
การเข้าซื้อบริษัทดับเบิลคลิกของกูเกิลด้วยเงินมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐนั้นได้รับการคัดค้านจากทั้งบริษัทคู่แข่งกูเกิล และกลุ่มรักษาสิทธิมนุษยชน เนื่องจากดับเบิลคลิกนั้นเป็นบริษัทที่ให้บริการสืบค้นโฆษณาบนเว็บไซต์ จึงมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและข้อมูลสถิติในธุรกิจโฆษณาออนไลน์ไว้อย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลเพื่อการฟันธงว่าควรลงโฆษณาบนเว็บไซต์ใดจึงจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
การถูกซื้อบริษัทย่อมแปลว่าข้อมูลทุกอย่างของดับเบิลคลิกจะตกอยู่ในมือกูเกิลทั้งหมด ผลที่อาจเกิดขึ้นคือกูเกิลจะสามารถผูกขาดตลาดโฆษณาออนไลน์ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้บริโภคก็อาจถูกติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบหนักข้อจนทำให้สูญเสียความเป็นส่วนตัวได้ คำร้องเรียนมากมายจึงถูกส่งไปยังสำนักงานการค้ายุติธรรมสหรัฐฯหรือเอฟทีซี (FTC) และกรรมาธิการสหภาพยุโรปหรืออีซี (EC) ให้พิจารณาระงับการซื้อขายบริษัทครั้งนี้
สำนักงานเอฟทีซีเปิดไฟเขียวดีลนี้ก่อนอีซีโดยประกาศคำอนุมัติเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา รายงานจากเอพีระบุว่าเอฟทีซี (FTC) ผู้ดูแลป้องกันการค้าผูกขาดของสหรัฐพิจารณาแล้วว่า การซื้อบริษัทดับเบิลคลิกของกูเกิลจะไม่ส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดโฆษณาออนไลน์ ตามที่บริษัทคู่แข่งกูเกิลรายอื่นร้องเรียน และไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตามที่กลุ่มรักษาสิทธิมนุษยชนกังวล
แม้เอฟทีซีจะอนุมัติดีล แต่กูเกิลจำเป็นต้องรอการอนุมัติจากอีซี ซึ่งคำประกาศอนุมัติดีลของอีซีที่ออกมาในวันอังคาร (11-3-08) ถือว่าเร็วกว่ากำหนดเดิมที่วางกรอบเวลาพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 2 เมษายนนี้
ตลาดโฆษณาออนไลน์นั้นเป็นตลาดใหญ่ที่หลายบริษัทต้องการครอบครอง การสำรวจล่าสุดพบว่ามูลค่าตลาดจะพุ่งสูงถึง 2.14 หมื่นล้านเหรียญภายในปีนี้ ตามข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด eMarketer ระบุว่าโฆษณาออนไลน์แซงหน้ามูลค่าตลาดโฆษณาทางวิทยุจำนวน 2.05 หมื่นล้านเหรียญไปแล้ว และคาดว่าจะแตะระดับ 4.2 หมื่นล้านเหรียญได้ในปี 2011
คัดมาจาก
| ผู้จัดการออนไลน์ |
12 มีนาคม 2551 17:39 น. |
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000030528
Affiliate คืออะไร?
ความหมายของ Affiliate ตามพจนานุกรม คือ ผูกพัน เข้าร่วม เป็นพี่เป็นน้อง ประกอบกิจการร่วมกัน
ดังนั้น Affiliate ในความหมายเชิงการตลาด จึงเปรียบเสมือนกิจกรรมในการประกอบการร่วมกันของผู้เป็นสมาชิก และ Affiliate Markerting จะเกิดขึ้นจากกระบวนการนำเอาเลขทะเบียนสมาชิก ไปทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อขายสินค้า ด้วยกระบวนการ SEM หรือ Search Engine Marketing นั่นเอง
ตัวอย่างของธุรกิจ Affiliate ยกตัวอย่างเช่น Amazon, CJ, Linkshare, ClickBank เป็นต้น