ปาย

:: จากเชียงใหม่-ปาย ::

จากเชียงใหม่มาถึงอ.ปาย มาได้โดยขับรถยนต์มาเอง, นั่งรถเมล์โดยสาร เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน,นั่งรถตู้

:: ขับรถยนต์มาเอง
เดินทางจากเชียงใหม่ไปปาย ด้วยเส้นทางหลวง 107 ผ่านอำเภอแม่ริม จนถึงอำเภอแม่แตง ผ่านแยกแม่มาลัยเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 1095 สู่ถนนเส้นแม่มาลัย-ปาย ระยะทางประมาณ 103 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นถนนลาดยางตลอดเส้นทาง แม้จะมีความคดเคี้ยวสูงชัน แต่ทิวทัศน์สองข้างทาง ที่ให้มุมมองแบบสูง ก็ทำให้เพลิดเพลินไปอีกแบบนึง

ถ้าเป็นคนเมารถง่าย ขอแนะนำให้เอากอเอี๊ยะ(ที่ปิดแก้มเวลาปวดฟัน) ปิดที่สะดือก่อนเดินทางซะ ก็จะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้.. แต่ถ้าสุดจะกลั้นจริงๆ ก้ขอให้เตรียมถุงพลาสติกกว้างๆ ติดตัวไว้เป็นการดี เส้นทางนี้จะผ่านโป่งเดือด, อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ถ้าขับรถมาเองและมีเวลาเหลือ อาจแวะพักหรือเที่ยวสั้นๆก่อนก็ได้

:: โดยรถประจำทางเส้นทางสายเชียงใหม่ - ปาย
รถออกจากขนส่งอาเขตเชียงใหม่วันละ 5 เที่ยว
รถเมล์ธรรมดา เวลา 07.00 น., 09.30 น., 10.30 น., 12.30 น., 16.00 น.
ค่าโดยสาร 68 บาท รถเมล์ปรับอากาศ 84 บาท
รถตู้ไปอำเภอปาย ขึ้นที่ขนส่งอาเขต รถจะจอดอยู่หน้าบริษัทเอื้องหลวงทัวร์​ตรงข้ามสวนอาหารซุ้มเฟื่องฟ้าของโรงแรมอาเขตอินน์ ออกประจำทุกชั่วโมงหรือจำนวนคนเพียงพอสำหรับการออกเดินทาง แต่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ราคาต่อหัวถึงอำเภอปาย 160 บาท โทรถามได้ที่ 061961281 , 098515650
รถตู้เหมาตั้งแต่ 08.00-15.00 ไปส่ง อ.ปาย ราคาประมาณ 1,400 บาท ติดต่อแถวขนส่งอาเขต หรือลุงปรีชา 01-5318339

หมายเหตุ อัตราค่าโดยสารและเวลารถออก อาจเปลี่ยนแปลงได้สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่
สถานีขนส่งอาเขต โทร. 0-5324-2664
บริษัทเปรมประชาขนส่งจำกัด เชียงใหม่ 0-5324-4737, 0-5330-4748

:: นั่งเครื่องบินจากเชียงใหม่มาปาย
โดยจองตั่วทางออนไลน์ได้ที่เวปของ สายการบิน SGA หรือจะมาขึ้นเครื่องที่สนามบินเชียงใหม่ มี 2 flight ทุกวัน
ออกจากเชียงใหม่​11:05 และ 12:50 หากเป็นศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีเพิ่ม 15:05 อีก 1 flight ใช้เวลา 20 นาทีก็ถึงปายแล้ว สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.sga.co.th

สำหรับโรงแรม ที่พัก http://hotel.thailandseo.net

จองโรงแรม ที่พัก

ผมสมัครใช้บริการของ r24 มานาน แต่ยังไม่เคยลองนำมาโปรโมตผ่านวิธี SEO เลย วันนี้เลยขอลองสักหน่อยนะครับ ผมกะเปิดบริการขึ้นกับเว็บไซต์ของตัวเอง ThailandSEO.net แห่งนี้แหละ ด้วยการสร้าง Sub Domain ขึ้นมาที่มีชื่อว่า
http://hotel.thailandseo.net ใส่ Title เข้าไปว่า บริการจอง โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท แพคเกจทัวร์ ทั่วไทยและทั่วโลก, Thailand Hotel, Hotel Booking

Description ก็สำคัญนะครับ ผมก็ให้เป็นแบบครอบคลุมไปเลยว่า โฮเทลไทยแลนด์เอสอีโอ จองโรงแรมทั่วไทย ไปทั่วโลก เว็บไซต์บริการจองโรงแรม รีสอร์ท บังกะโล แพ็คเกจทัวร์ แบบออนไลน์ ราคาพิเศษ ทั่วประเทศไทยและทั่วโลก, Hotel.ThailandSEO.net

และส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ Keywords ผมก็กำหนดเป็น จอง โรงแรม, ที่พัก, รีสอร์ท, บังกะโล, จองโรงแรม, แพคเกจทัวร์, โปรโมชั่น, จองตั๋วเครื่องบิน ออนไลน์, ท่องเที่ยว, hotels thailand, สถานที่ท่องเที่ยว, ราคาพิเศษ, พัทยา, ชะอำ, หัวหิน, เกาะช้าง, ระยอง, เกาะช้าง, เชียงใหม่, ภูเก็ต

ส่วนที่เหลือก็แค่ดึงข้อมูลบริการการจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ผ่านโปรแกรมของทางผู้ให้บริการ Hotel Affiliate นี้เลย

เป็นไงหละครับ สำหรับตัวอย่างการสร้างเว็บไซต์ ให้บริการจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ผ่านผู้ให้บริการในระบบตัวแทนที่เรียกกันว่า Affiliate

ท่านใดอยากนำไปลองบ้าง ปรึกษาผมได้นะครับ หรือไม่ก็ลองชมเว็บตัวอย่างได้ตามนี้ครับ http://hotel.thailandseo.net

ระบบเครือข่ายไร้สาย

ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN)

ระบบเครือข่ายไร้สาย
ระบบเครือข่ายไร้สาย หรือ ระบบเครือข่ายแบบ Wireless LAN หรือ WLAN เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายแบบไร้สาย (ไม่จำเป็นต้องเดินสายเคเบิ้ล) เหมาะสำหรับการติดตั้งในสถานที่ที่ไม่สะดวกในการเดินสาย หรือในสถานที่ที่ต้องการความสวยงาม เรียบร้อย และเป็นระเบียบ เช่น สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น

หลักการทำงานของระบบ Wireless LAN
การทำงานจะมีอุปกรณ์ในการส่งสัญญาณ และกระจายสัญญาณ หรือที่เราเรียกว่า Access Point และมี PC Card ที่เป็น LAN card สำหรับในการเชื่อมกับ access point โดยเฉพาะ การทำงานจะใช้คลื่นวิทยุเป็นการรับส่งสัญญาณ โดยมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 2.4 to 2.4897 Ghz และสามารถเลือก config ใน Wireless Lan (ภายในระบบเครือข่าย Wireless Lan ควรเลือกช่องสัญญาณเดียวกัน)

ระยะทางการเชื่อมต่อของระบบ Wireless LAN
ภายในอาคาร
1. ระยะ 50 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 11 Mbps
2. ระยะ 80 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 5.5 Mbps
3. ระยะ 120 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 2 Mbps
4. ระยะ 150 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 1 Mbps
ภายนอกอาคาร
1.ระยะ 250 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 11 Mbps
2. ระยะ 350 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 5.5 Mbps
3. ระยะ 400 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 2 Mbps
4. ระยะ 500 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 1 Mbps

การเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย Wireless LAN มี 2 ลักษณะ ดังนี้
1. การเชื่อมโยงระบบแบบ Ad-hoc (Peer to Peer)
โครงสร้างการเชื่อมโยงระบบแบบ Ad-hoc หรือ Peer to Peer เป็นการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป โดยที่ไม่มีศูนย์กลางควบคุมอุปกรณ์ทุกเครื่องสามารถสื่อสารข้อมูลถึงกันได้เอง ตัวส่งจะใช้วิธีการแพร่กระจายคลื่นออกไปในทุกทิศทุกทางโดยไม่ทราบจุดหมายปลายทางของตัวรับว่าอยู่ที่ใด ซึ่งตัวรับจะต้องอยู่ในขอบเขตพื้นที่ให้บริการที่คลื่นสามารถเดินทางมาถึงแล้วคอยเช็คข้อมูลว่าใช่ของตน หรือไม่ ด้วยการตรวจสอบค่า Mac Address ผู้รับปลายทางในเฟรมข้อมูลที่แพร่กระจายออกมา ถ้าใช่ข้อมูลของตนก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปประมวลผลต่อไป
การเชื่อมโยงเครือข่ายไวร์เลสแลนที่ใช้โครงสร้างการเชื่อมโยงแบบ Ad-hoc ไม่สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบเครือข่ายอีเธอร์เน็ตได้ เนื่องจากบนระบบไม่มีการใช้สัญญาณเลย
2. การเชื่อมโยงระบบแบบ Infrastructure (Client/Server)
โครงสร้างการเชื่อมโยงระบบแบบ Infrastructure หรือ Client / Server มีข้อพิเศษกว่าระบบแบบ Ad-hoc ตรงที่มีแอ็กเซสพอยน์เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยง (ทำหน้าที่คล้ายฮับ) และเป็นสะพานเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายอุปกรณ์ไวร์เลสแลนเข้าสู่เคลือข่ายอีเธอร์เน็ตแลนหลัก (Ethernet Backbone) รวมถึงการควบคุมการสื่อสารข้อมูลอุปกรณ์ไวร์เลสแลน

อุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Wireless LAN
1. แลนการ์ดไร้สาย (Wireless LAN Card)
ทำหน้าที่ในการ แปลงข้อมูล ดิจิตอล ที่ได้จากการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นคลื่นวิทยุแล้วส่งผ่านสายอากาศให้กระจายออกไป และทำหน้าที่ในการรับเอาคลื่นวิทยุที่แพร่กระจายแปลงเป็น ข้อมูลดิจิตอล ส่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล Wireless LAN ที่ผลิตออกมาจำหน่าย มีหลายรูปแบบแบ่งตามลักษณะช่องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ได้ดังนี้
- แลนการ์ดแบบ PCI
- แลนการ์ดแบบ PCMCIA
- แลนการ์ดแบบ USB
- แลนการ์ดแบบ Compact Flash (CF)
2. อุปกรณ์เข้าใช้งานเครือข่าย (Wireless Access Point)
ทำหน้าที่เสมือน ฮับ เชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายและอุปกรณ์ไวร์เลสแลนแบบต่าง ๆเข้าด้วยกัน อีกทั้งเป็นสะพานเชื่อมต่อ เครื่องไวร์เลสแลนเข้ากับเครื่องอีเธอร์เนตทำให้ระบบทั้งสองสามารถสื่อสารกันได้
3. สะพานเชื่อมโยงไร้สาย (Wireless Bridge)
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระบบ เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแลนตั้งแต่สองระบบขึ้นไปเข้าด้วยกันแทนการใช้สายสัญญาณ ข้อมูลที่สื่อสารระหว่างเครือข่ายอีเธอร์เน็ตจะถูกแปลงเป็นคลื่นวิทยุแล้วถูกแปลงไปยังปลายทาง
4. Wireless Broadband Router
ทำหน้าที่ในการต่อเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านคู่สายโทรศัพท์ (ADSL) หรือ เคเบิลทีวี (UBC) ด้วยเทคโนโลยี Broadband Router ซึ่งมีฟังชันการทำงานเป็นตัวค้นหาเส้นทาง, NAT (Network Address Translation) , Firewall , VPN ๆลๆ มาผสมผสานเข้ากับ Access Point ทำให้ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายสามารถสื่อสารข้อมูลไปยังระบบอินเทอร์เน็ต
5. Wireless Print Server
อุปกรณ์การแชร์เครื่องพิมพ์บนระบบเครือข่าย Wireless LAN
6. Power Over Ethernet Adapter
ทำหน้าที่แยกสาย UTP ที่มีสายทองแดงตีเกลียวอยู่ข้างใน 4 คู่โดยสายทองแดงสำหรับใช้สื่อสารข้อมูลใช้เพียง 2 คู่เท่านั้น ส่วนสายทองแดงอีก 2 คู่สามารถใช้อุปกรณ์ตัวนี้นำมาใช้เป็นเส้นทางสำหรับส่งแรงดันไฟฟ้าไปให้กับตัว Access Point ได้
7. สายอากาศ (Antenna)
ทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลในรูปของกระแสไฟฟ้าที่ส่งออกมาจากภาคส่งของอุปกรณ์ไวร์เลสแลนให้กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแพร่กระจายออกไปในอากาศและสายอากาศยังทำหน้าที่รับเอาคลื่นที่อุปกรณ์ไวร์เลสแลนเครื่องอื่น ๆ ส่งออกมาแปลงกลับให้อยู่ในรูปของกระแสไฟฟ้าส่งให้ภาครับต่อไป

ประโยชน์ของระบบ Wireless LAN
1. สะดวกในการเคลื่อนย้าย ติดตั้ง เนื่องจาก WLAN ไม่จำเป็นต้องมีสายเคเบิ้ลในการต่อพ่วง
2. ง่ายในการติดตั้ง เพราะไม่จำเป็นต้องเดินสายเคเบิ้ล
3. ลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องจำเป็นต้องเสียค่าบำรุงรักษา ในระยะยาว
4. สามารถขยายเครือข่ายได้ไม่จำกัด

ข้อเสียของระบบ Wireless LAN
1. มีอัตราการลดทอนสัญญาณสูง นั่นหมายความว่า “ ส่งสัญญาณได้ระยะสั้น ”
2. มีสัญญาณรบกวนสูง
3. ต้องแชร์กันใช้ช่องสัญญาณคลื่นความถี่เดียวกัน
4. ยังมี หลายมาตรฐาน ตามผู้ผลิต แต่ละราย ทำให้มีปัญหาในการใช้งานร่วมกัน
5. ราคาแพงกว่าระบบเครือข่ายแบบมีสาย
6. มีความเร็วไม่สูงมากนัก

ลอยกระทง

ใกล้ถึงวันลอยกระทงเข้ามาทุกขณะๆ (ขอสักหน่อยนะครับ)

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา “มักจะ” ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ “กระทง” จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย

คู่แท้บทที่หนึ่ง

เมื่อวานมีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งของเพื่อนสนิท ทั้งฝ่ายชายและหญิงล้วนเคยเรียนร่วมห้องเดียวกัน ความรู้สึกแตกต่างจากคู่แต่งงานที่มาจากคนละถิ่น คนละที่อย่างบอกไม่ถูก ทั้งสองได้ครองรักร่วมกันมานาน กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้ นับได้เป็นสิบปีเต็มๆ หลายร้อน ฝน หนาว เชื่อว่าเขาและเธอคงรู้ทิศ รู้ทางที่จะผ่านมันไปได้ทั้งนั้น ฟังจากถ้อยคำของฝ่ายเจ้าบ่าวกล่าวบอกความรู้สึกเมื่อพิธีกรถามบนเวที ให้แสดงวาจาสัตย์ต่อเจ้าสาว โดยมีแขกเหรื่อร่วมร้อยโต๊ะในหอประชุมใหญ่คอยเป็นสักขีพยาน เจ้าบ่าวกล่าวว่า “คงไม่มีความพิเศษอื่นใดที่อยากจะขอให้เป็นดังใจปรารถนาได้ ด้วยกาลข้างหน้านั้นเราไม่รู้ว่ามันจะแปรปรวนอย่างไรบ้าง ดังนั้น ขอแค่วันนี้เรามีกันและกันด้วยความผาสุกก็เพียงพอแล้ว”

เพียงแค่วันนี้เรามีกัน เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ เราใครหลายคนคงรู้ดี สุขๆ ทุกข์ๆ สุกๆ ดิบๆ ไปตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น

เขาและเธอทั้งสองปลูกรัก ปรุงรัก เรียนรัก รู้รัก แบ่งรัก ปันรัก และใช้รักมาเป็นเวลานาน ด้วยความรู้สึกที่เหมือนกันก็คือ มีความสุขทั้งครั้งยามอยู่ใกล้ มีความไว้เนื้อเชื่อใจและซื่อสัตย์ยามระลึกถึง มีความผูกพันราวกับถูกชะตาตั้งแต่แรกที่รู้จัก จนกระทั่งบัดนี้ เวลาที่ผานมานับสิบปี นี่คือความธรรมดาของคู่รักที่ได้ครองรักกันมานานหละหรือ

เมื่อมาเทียบเคียงกับเราแล้วพาลให้นึกอิจฉาในความเป็นคู่ของเขาและเธอเป็นยิ่งนัก!

แต่อย่างไรก็ตาม เราได้ร่วมแสดงความยินดีแก่เขาและเธอทั้งสองตามสมควร และขอให้ทั้งสองประคองความรักครองเรือนร่วมกันตราบนานเท่านาน

ลอยกระทง, Loikrathong

“Loi Krathong” is traditionally performed on the full moon night of the twelfth lunar month, which usually falls on some day in November. The floating of a ‘Krathong’ – a banana–leaf cup – is intended to float away ill fortune as well as to express apologies to Khongkha or Ganga, the River Goddess. Some believe that the ritual is meant to worship the Buddha’s footprint on the bank of the Narmada River, while others say that it is to pay respect to Phra Uppakhut, one of the Lord Buddha’s great disciples.
The Loi Krathong Festival is celebrated nationwide in Thailand, especially where there are rivers, canals or sources of water, with different unique characteristics.

This year, the Tourism Authority of Thailand (TAT) has joint with Educational Institution and Thai Baot Association to present the Electric Float Procession from Taksin Bridge to Rama VIII Bridge and the 12 lighten up buildings and historical sites along Chao Praya River during Loi Krathong Festival.

As for the public, people usually make banana-leaf cups to float them onto the river although there exist some uniquely different aspects in certain communities. For example, the Yi Peng Festival in Chiang Mai, during which balloon-like ‘Khom Loi’ lanterns including the ‘Khom Fai’ – a fire lantern – and ‘Khom Khwan’ – a smoke lantern – are flown into the sky as a symbol of worship to Phrathat Chulamani in heaven. Making a Khom Loi will need a lot of artistic skills as well as scientific techniques, just like the ones used in making a balloon. Tracing paper or Sa paper is used to make air bags of various shapes. It is believed that flying a Khom Loi is like flying grief and ill fortune away from ourselves or our home.

In Tak province, the Loi Krathong Sai Festival is celebrated, which reflects the unity of the local people. Groups of people gather at the river banks, each bringing along thousands of Krathong made fro m coconut shells with dried wicks made from coconut flesh anointed with oil or ash for their inflammable as well as durable quality. There, they sing and dance with merriment.

The span of the Ping River that passes by the provincial city of Tak is not deeper than one’s waist, with underwater sand bars curving into different shapes, forcing the current to meander. When the lit Krathongs are floated onto the right current, one after another, they would meander along and make a beautiful and twinkling curving line, or Sai in Thai, amid the darkness of the night.

The famous Loi Krathong and Candle Festival in Sukhothai province features a procession of offerings, including Phanom Mak – the betel offering – and Phanom Dok Mai – the floral offering – carried by beautiful girls, as well as banana-leaf floats accompanied by the so-called Nang Nopphamat beauty queens.

The Phanom Mak and Phanom Dok Mai offerings are for the homage paying rite at King Ramkhamhaeng the Great’s monument in the heart of the ancient city of Sukhothai. After that, people as well as visitors gather and float the Krathongs together on ponds, known as Traphang, inside the ancient city. The bright candle light from the floated Krathongs and the cool breeze of November together lends a pleasant atmosphere for all participants.

Besides the well-known Loi Krathong Festival, there is another tradition that is based on a similar belief but is celebrated on the full moon night of the eleventh lunar month. Known as the Illuminated Boat Procession , the celebration takes place in the Northeastern provinces of Thailand that is located on the Mekong River. Illuminated boats of approximately 10 – 12 metres long are made from banana stalks or bamboo by villagers. The boats contain sweets, the so-called Khao Tom Mat – stuffed fried sticky rice – and objects to be donated inside, while decorated with flowers, incense sticks, candles, lamps and tinder outside. At present, the boats are created into various shapes such as important places or mythical creatures, which lend a bright and breathtaking sight when the boats illuminated by thousands of lamps are floated onto the river.