รับทำ SEO, โปรโมตเว็บไซต์, ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์, รับโปรโมทเว็บไซต์, Thai SEO, Thailand SEO, Thai SEM, Thailand SEM, promote website

หัวใจสำคัญของการจัดทำเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป คือ SEO หรือ โปรโมทเว็บไซต์



ความหมายของ SEO

SEO (Search Engine Optimization) หมายถึง กระบวนการในการปรับแต่งเว็บไซต์หรือเว็บเพจให้ถูกค้นหาจากเว็บ Search Engine ได้ดียิ่งขึ้นทั้งในด้านจำนวนหน้าเว็บเพจและคุณภาพของข้อมูลบนเว็บเพจ เพื่อยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือเว็บเพจที่มากขึ้น ด้วยคำค้นหา หรือ Keywords ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์หรือเว็บเพจ

โดยทั่วไปแล้วเว็บเพจที่ปรากฏอยู่หน้าแรกและอันดับแรกๆ ของการค้นหานั้น แสดงถึงว่าเว็บเพจนั้นมีอันดับหรือที่เรียกว่า Rank นั้นดี และนั่นก็หมายถึงว่า เว็บเพจหรือเว็บไซต์นั้นๆ มีการทำ SEO ที่ดีครับ

ทำไมต้อง SEO กับคนทำเว็บไซต์

การตอบคำถามนี้คงพอๆ กับจะต้องตอบคำถามว่า ทำไม โดยเฉพาะกับคนที่มีเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกอยู่ในมืออยู่แล้ว รวมไปถึงคนที่กำลังคิดอยากจะสร้างเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ กันไป

การที่จะทำอย่างไรเพื่อให้เว็บไซต์หรือเว็บบล็อกของเราได้เข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลของ Search Engine และความคาดหวังต่อจากนั้นก็คือ จะทำอย่างไรให้เว็บเพจของเราปรากฏอยู่ในหน้าแรกๆ ของผลการแสดงรายการสืบค้นข้อมูลจากผู้สนใจที่ได้ทำการสืบค้นจากคำสำคัญต่างๆ ยิ่งทุกวันนี้นับวันแต่จะมีเว็บไซต์เกิดขึ้นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านใดก็ตามถือว่าเรามีคู่แข่งจำนวนไม่น้อยเลย

SEO กับการสร้างรายได้ออนไลน์

เป็นไปได้น้อยมากว่าเราจะสร้างเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกขึ้นมาโดยที่เราไม่ต้องการโปรโมตเพื่อให้คนได้รู้จัก และเมื่อเว็บเราเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป คงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าเว็บไซต์ของเราสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้จริง แต่ก็ต้องยอมรับกับความจริงข้อหนึ่งว่า ยังมีเจ้าของเว็บไซต์และเว็บบล็อกจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกธรรมดาๆ สามารถหาเงินหรือสร้างรายได้ให้กับเราได้

มีเว็บไซต์จำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางในการดำเนินการทางด้านธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ และมีอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่จัดทำขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่มิใช่การสร้างรายได้ทางอินเทอร์เน็ต สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองทั้งทางด้านความรู้และรายได้พิเศษไปด้วยนั้น การใช้เทคนิคและความรู้ทางด้าน SEO จะมีความเหมาะสมและคุ้มค่าอย่างยิ่ง

เนื่องจากการแข่งขันอย่างเข้มข้นในเว็บไซต์ประเภท Search Engine จะทำให้เราเห็นได้ชัดที่สุดในการดำเนินการจัดทำและโปรโมทเว็บไซต์ในลักษณะของ SEO เพื่อธุรกิจของเว็บไซต์เองหรือไม่ก็เพื่อรายได้ที่อาจเกิดขึ้นกับมันโดยเฉพาะเว็บไซต์มีสามารถสร้างรายได้เสริม (หลายเว็บไซต์ทำเว็บรายได้หลัก) จากธุรกิจ PPC (Pay Per Click) และ Affiliate ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

SEO กับค่าใช้จ่าย

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO นั้นอย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น แทบไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยก็ได้ นอกเสียจากว่าเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกของเราเป็นที่สนใจของคนโดยมากและมีการแข่งขันกันที่สูงยิ่ง จึงจำเป็นจะต้องใช้วิธีการหรือเพิ่มคุณภาพของการจัดทำ SEO ด้วยการเพิ่มค่าใช้จ่ายเข้าไป แต่จากประสบการณ์ของผมนั้น ผมไม่เคยเสียค่าใช้จ่ายจากการทำ SEO เลย แม้แต่บาทเดียว ไม่ว่าเว็บไซต์ที่ทำนั้นจะมีคู่แข่งมากหรือน้อยก็ตาม ก็สามารถนำพาเว็บไซต์เข้าไปอยู่ในหน้าแรกๆ ของ Search Engine หลักๆ ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เป็นไปได้กับการทำ SEO เพื่อให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นนั้น มีวิธีที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นไปตั้งแต่ การซื้อหา keywords การซื้อชื่อโดเมนที่ดี การ submit ใน directory ที่มีความนิยม เช่น Yahoo! Directory และที่อื่นๆ เป็นต้น การซื้อ traffic การแลกลิงก์ การฝากลิงก์หรือติดแบนเนอร์ หรือแม้กระทั่งการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ข้างนอกอินเทอร์เน็ตไปเลย (ในส่วนนี้ไม่นับรวมกับการจ้างบริษัทด้านการจัดทำ SEO โดยตรงนะครับ ซึ่งจะพบเห็นอย่างมากมายเหลือเกินด้วย)

SEO กับ PPC

จากหัวข้อ SEO กับการสร้างรายได้ออนไลน์ จะทำให้เห็นแล้วว่า SEO กับ PPC มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ SEO สามารถที่จะกระทำได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายก็ได้ ขณะเดียวกัน PPC ต้องจ่ายทุกครั้งเมื่อมีผู้ผ่านมาคลิก (สมชื่อ Pay Per Click) แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตลอดจนความคุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะทำ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราตั้งใจทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของเราเว็บหนึ่งด้วยเทคนิคและวิธีการต่างๆ จนสามารถนำพาให้เว็บของเราไปปรากฏบนหน้าแรกๆ ของ Search Engine ต่างๆ นั่นก็หมายถึงว่า เราไม่จำเป็นต้องไปเสียค่าใช้จ่ายอีกในการโปรโมทเว็บไซต์อีกแต่อย่างใด โดยเฉพาะการเรียกใช้บริการกับธุรกิจ PPC อันได้แก่

Google AdWords, Yahoo! Marketing Solutions, Microsoft Adcenter, Bidvertiser, Adbrite, ShoppingAds, Miva
เป็นต้น ซึ่งเทคนิคการตลาดเหล่านี้สามารถโปรโมทเว็บไซต์ให้ใครต่อใครในโลกเห็นได้ภายในไม่กี่นาที

SEO กับการออกแบบเว็บไซต์

สำหรับเราผู้จัดทำและออกแบบเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกนั้น ขั้นตอนหนึ่งก่อนการลงมือทำ SEO จะต้องรู้หลักของการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีเพื่อที่จะได้เว็บไซต์หรือเว็บบล็อกที่มีคุณภาพ ทั้งยังต้องคำนึงถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องอีกสองฝ่าย นั่นคือ ผู้เข้าชม กับ Search Engine และแน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายที่ได้กล่าวถึงอาจมีความต้องการ (หรือความชื่นชอบในตัวเว็บไซต์ของเรา) ที่ต่างกัน แต่เราจำเป็นจะต้องทำการออกแบบและจัดทำเพื่อเป็นการดึงดูดหรือเอาใจทั้งสองฝ่ายอยู่ดี โดยรวมแล้ว ผมจะพยายามแสดงรายละเอียด ดังนี้ครับ

สิ่งที่ผู้ใช้หรือผู้เข้าชื่นชอบ ได้แก่ รูปร่างหน้าตาที่สวยงาม ข้อมูลที่ถูกต้อง-ครบถ้วน-สมบูรณ์ ดูมีความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ เมนูหรือลิงก์เชื่อมโยงง่ายต่อการใช้งาน มีความสะดวกรวดเร็วในการโหลดข้อมูล เป็นต้น

สิ่งที่ Search Engine ชื่นชอบ เช่น มีโครงสร้างลิงก์เชื่อมโยงชัดเจน (สังเกตจาก sitemap) มีข้อความที่มากมายก่ายกอง (น่าจะเป็นอาหารชั้นดีของ spider แต่พยายามอย่าให้ถูกมองว่าเป็น spam) มี Code ที่ถูกต้องตามหลัก W3C มีขนาดของเว็บเพจไม่ใหญ่เกินไป มีข้อความที่เกี่ยวเนื่องกัน มีการวางและเลือกคำสำคัญให้สัมพันธ์กันในหน้าเว็บเพจ (สำคัญมาก) เป็นต้น

เมื่อเป็นดังนี้ เราผู้จัดทำและออกแบบเว็บไซต์หรือเว็บต้อง จำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งสองฝ่ายที่ได้กล่าวไปแล้วนี้ เพื่อ Search Engine จะได้เก็บเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกของเราวางไว้ในที่ๆ เราปรารถนา โดยไม่ได้ถอดข้อมูลเว็บไซต์ของเราออกจากฐานข้อมูลของ Search Engine แทน (de-index) ขณะเดียวกันก็สามารถเอื้อให้ผู้สืบค้นข้อมูลผ่านมาพบเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกของเราแล้วคลิกเข้าชมรายละเอียดข้างในอย่างไม่รอช้า

ประเภทของการทำ SEO

หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างในโลกของเรามักแบ่งออกเป็น 2 ด้านเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ SEO ถึงแม้ว่าบางคนจะแบ่งประเภทของการทำ SEO ออกเป็นหลายอย่าง แต่ผมคิดว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนที่สุดจึงขอแบ่งประเภทของการทำ SEO ออกเป็นสองด้านนะครับ นั่นคือ หมวกขาว หรือ Write Hat กับหมวกดำ หรือที่เรียกว่า Black Hat

SEO หมวกขาว (Write Hat SEO)
เปรียบเสมือนการดำเนินการจัดทำ SEO อย่างมีจรรยาบรรณ หรือแบบขาวสะอาด เป็นไปตามกำหนดกฎเกณฑ์ของ Search Engine โดยไม่ให้มีข้อเคลือบแคลงสงสัย ตั้งแต่กระบวนการออกแบบและจัดทำเว็บไซต์ (Design-Content-Technical) การบำรุงรักษาหรือปรับปรุงข้อมูลให้อยู่ในความเหมาะสม ไม่มีข้อความรกรุงรังในลักษณะ spam ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ html หรือไฟล์อื่นๆ ของเว็บไซต์ หรือการมีลิงก์ที่เชื่อมโยงกันไปมาเป็นระเบียบ ถูกต้องตามข้อความหรือเนื้อหาของเว็บ ไปจนถึงการได้จำนวนผู้เข้าชม (Traffic) มาจากเว็บไซต์ใต้ดินหรือเว็บไซต์จำพวกผิดกฎหมาย

SEO หมวกดำ (Black Hat SEO)
เป็นสิ่งที่นอกเหนือจาก Write hat SEO ด้วยว่าสามารถปั่นอันดับ Index ใน Search Engine ขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกๆ โดยไม่สนใจกฎเกณฑ์หรือคำแนะนำของ Search Engine แต่แน่นอนว่า Search Engine จะต้องไม่ชอบ Black Hat SEO เพียงแต่ว่าไม่อาจตรวจสอบได้เว็บไซต์ทั้งหมด และเนื่องจาก Black Hat SEO ก็คิดค้นเทคนิคและวิธีการเพื่อให้เหนือทั้ง Search Engine รวมทั้งเว็บไซต์คู่แข่งด้วย ตัวอย่างของ Black Hat SEO มีหลากหลายมาก ที่ผมจะแนะนำ มีสองอย่าง ได้แก่ Doorway Page และ Cloaking
- Doorway Page เปรียบเสมือนการสร้างประตูหน้าด่านของเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อหลอกให้ spiders หรือ bots ของ Search Engine หลงและรับเอาคำสำคัญหรือ Keywords ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของเว็บเพจไป ทั้งที่ในความเป็นจริงเว็บเพจหรือเว็บไซต์นั้นไม่ได้มีเนื้อหาที่กล่าวถึง Keywords เหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยก็ได้ เพราะไม่สามารถมองเห็นในสิ่งที่ spiders หรือ bots มองเห็น และผู้ใช้ทั่วไปนั้นมักจะถูกส่งไปยังหน้าที่มีเนื้อหาปกติตามที่ผู้สร้างเว็บไซต์ต้องการ ลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า Refresh Page
- Cloaking เป็นลักษณะของการทำงานของโปรแกรมการเขียนเว็บเพจ เช่น ภาษา java ที่ได้เขียนขึ้นมาประกบการทำงานของหน้าจริงของเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบ spiders หรือ bots ของ Search Engine เข้ามาในเว็บไซต์หรือไม่ ถ้าใช่ก็จะได้ป้อน Keywords ให้กับ bots หรือ spiders เหล่านั้นไปแล้วให้ไปในทางใดทางหนึ่ง โดยที่ไม่ได้เข้าไปในหน้าเว็บเพจที่ใช้งานจริงเลย ถ้าหากเป็นผู้ใช้ธรรมดาเข้ามา ก็จะมีคำสั่งหนึ่งส่งการทำงานไปยังหน้าเว็บไซต์ปกติต่อไป

จรรยาบรรณของการทำงานเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับความถูกต้องและความยั่งยืนฉันใด การทำ SEO ก็เป็นไปแบบนั้นครับ และหากเราเลือกวิธีการทำงาน SEO แบบหมวกขาว เว็บไซต์หรือเว็บบล็อกของเราก็อยู่ในฐานข้อมูล Search Engine ได้นาน ในขณะที่เราเลือกที่จะทำ SEO แบบหมวกดำหรือขาดจรรยาบรรณ ไม่ได้สนใจกฎเกณฑ์ข้อกำหนด จริงอยู่ว่าหากเลี่ยงจากการตรวจสอบได้ เราอาจประสบผลสำเร็จในช่วงนั้นๆ แต่เมื่อไรก็ตามที่มีการตรวจสอบพบ สิ่งที่เราคาดหวังและตั้งใจทำมานานอาจกลายเป็นความเหนื่อยเปล่าไปเสียก็ได้ ดังนั้นเราคงมีวิจารณญาณในการเลือกว่าจะจัดทำเว็บไซต์ในรูปแบบใด

มาตรฐานเว็บไซต์

ต่อความในเรื่องจรรยาบรรณของการจัดทำเว็บไซต์ เราจำเป็นจะต้องทราบเกี่ยวกับ มาตรฐานเว็บไซต์ หรือ Web Standards ถึงจะได้นำไปสู่ขั้นตอนการทำงานจริง ซึ่ง Web Standards จะเป็นเสมือนสิ่งที่ทำให้ Search Engine มีความสามารถในการนำเว็บเพจเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลหรือที่เรียกว่า Index ได้ โดยในที่นี้ผมจะขอแนะนำ มาตรฐานเว็บไซต์ ที่กำหนดไว้ใน Google Webmaster Guidelines ถือว่าเป็นมาตรฐานเว็บไซต์ที่ดีอย่างหนึ่ง
Google ได้ให้ข้อแนะนำในส่วนของการออกแบบเว็บไซต์และการนำเสนอเนื้อหา ดังนี้
1. ควรทำเว็บเพจที่ดูง่ายๆ ชัดเจนทั้งลำดับ เนื้อหา สามารถเปิดหาหรือเข้าถึงได้ง่าย ทุกๆ หน้าควรมีลิงก์เชื่อมโยงอย่างน้อยหนึ่งลิงก์
2. ควรมีการจัดทำ sitemap (มีขั้นตอนในภาคปฏิบัติการ SEO) ไว้แก่ผู้เข้าชมด้วยการรวมลิงก์ไปหน้าต่างๆ ที่สำคัญ หาก sitemap ใหญ่เกินไปหรือมีลิงก์มากเกินกว่า 100 ลิงก์ ควรแบ่ง sitemap ออกเป็นประเภทๆ ไป
3. ควรเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเนื้อหาที่ดี มีประโยชน์ เขียนด้วยภาษาที่ถูกต้องชัดเจน
4. ควรคำนึงถึงผู้เข้าเยี่ยมชมที่ทำการค้นหาเข้ามาด้วย Keyword ต่างๆ และเนื้อหาในเว็บไซต์ก็ต้องมี Keyword นั้นๆ ปรากฏอยู่หรือสัมพันธ์กัน
5. พยายามใช้ตัวอักษรที่เป็นชื่อแทนการใช้รูปภาพหรือกราฟิก หากจำเป็นต้องใช้รูปภาพก็ควรมีคำบรรยายเป็น tag alt ไว้ เพราะจะเป็นผลดีการกับเข้ามาของ spiders หรือ bots ด้วย
6. เขียน title tag (หัวเรื่องเว็บเพจ) หรือ tags อื่นๆ ให้มั่นใจได้ว่าเป็นเว็บเพจของเรา และสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของเว็บได้ พร้อมทั้งตรวจสอบลิงก์ที่เสียหรือลิงก์ที่ผิด และแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย
7. การใช้เว็บไซต์จำพวก Dynamic Page (ตัวอย่างเช่น หน้าเว็บที่มี “?” ในไฟล์ด้วย) spiders หรือ bots จะเข้าถึงได้ยากกว่าหน้าเว็บธรรมดา ดังนั้นถ้าจำเป็นจะต้องมี Dynamic Page จริงๆ ก็ควรมีไม่มากจนเกินไป

Webmaster Guidelines ของ Google ถือว่าเป็นข้อมูลที่ดีในการที่จะได้เตรียมความพร้อมก่อนที่จะได้จัดทำเว็บไซต์ขึ้นมา และนอกจากนี้ยังมีอีกองค์กรหนึ่ง ที่เราควรรู้จัก ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการให้การรับรองมาตรฐานเว็บไซต์ และเป็นสิ่งหนึ่งที่เราผู้จะทำ SEO แบบคุณภาพต้องให้ความสนใจ องค์กรที่กล่าวถึงนี้ต้องยกให้ W3C ครับ


W3C คืออะไร

W3C ย่อมาจาก World Wide Web Consortium เป็นองค์กรสากลที่ทำงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยี WWW ก่อตั้งเมื่อ ปี 1994 นำโดย นาย Tim Berners- Lee ได้รับความร่วมมือจากสามสถาบันหลัก คือ MIT/CSAIL สหรัฐอเมริกา ERCIM ฝรั่งเศส และ Keio University ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ทั่วโลก ในการร่วมกันพัฒนามาตรฐานเว็บไซต์เพื่อรับรองการเจริญเติบโตในอนาคต (http://www.w3.org/)

การที่เราออกแบบและจัดทำเว็บไซต์ ให้ถูกต้องตามมาตรฐานเว็บไซต์ของ W3C ก็เปรียบเสมือนเว็บเราจะได้รับการการันตีว่าไม่มีข้อบกพร่อง ทาง Search Engine เองก็จะต้องให้ค่าความสำคัญเพิ่มขึ้นอีกมาก เราอาจจะเคยสังเกตเห็นเว็บไซต์หลายๆ เว็บที่ได้รับมาตรฐานนี้และสามารถนำเอาสัญลักษณ์มาตรฐานของ W3C ดังรูปที่ 3-1 มาติดไว้หน้าเว็บ

สำหรับที่อยู่เว็บไซต์ที่ใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องตามมาตรฐานของ W3C คือ http://validator.w3.org/ ซึ่งสามารถทำได้โดย 3 วิธีด้วยกัน คือ
1. ตรวจสอบ code ด้วย URL (Validate By URL)
2. อัพโหลดไฟล์ขึ้นไปตรวจสอบ (Validate By File Upload)
3. ตรวจสอบด้วยการคัดลอก code ขึ้นไปวาง (Validate By Direct Input)


ขั้นตอนของการออกแบบเว็บไซต์ให้ถูกต้องและได้มาตรฐานเป็นสิ่งที่เราควรคำนึงให้มาก เนื่องจากว่าพอทำเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกเสร็จแล้วจะได้ทำการโปรโมทตามวิธีทาง SEO อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาคอยพะวงกับการแบนเว็บไซต์จากทาง Search Engine ซึ่งหลายกรณีมากที่บางเว็บไซต์ต้องถูกเพ่งเล็ง ไม่ว่าจะติดอยู่ใน Sandbox Effect หรืออย่างหนักคือ โดน De-Index ไปเลย ขั้นตอนตรงนี้เองครับที่เราสามารถนำเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกของเราฝ่าด่านการกลั่นกรองของ Search Engine หรือแม้กระทั่งฝ่าด่านของการแข่งขันที่มีเว็บไซต์รายอื่นอยู่เป็นคู่แข่งของเรา ยังมีมากมายนักที่มีรูปแบบของการออกแบบและจัดทำเว็บไม่ถูกต้องตามหลักและมาตรฐานของเว็บครับ

by Thailand SEO

รับทำ SEO รับโปรโมทเว็บไซต์


Keywords: thailand seo, โปรโมทเว็บ, seo คือ, seo คืออะไร, seo google, หนังสือ seo




Fast Backlink Tools



SEO Blog
ตรวจสอบอันดับใน Google
รับทำSEO

qrcode
  หน้าแรก | รับโปรโมตเว็บไซต์ | ลงทะเบียน URL หรือ Submit เว็บไซต์ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อสอบถาม
เจ้าของ www.thailandseo.net รับทำ SEO รับโปรโมทเว็บ โทร. 084-8885298 Partnet Links : เกมส์
SEO | รับทำ SEO | รับโปรโมทเว็บไซต์